เชลซี (Chelsea)

Chelsea FC

สโมสรเชลซีเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอังกฤษอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1905 สนามเหย้าของพวกเขาตั้งแต่แรกเริ่มเลยนั่นคือสแตมฟอร์ด บริดจ์ ที่ยังคงใช้งานมาจนถึงทุกวันนี้ เชลซีคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในปี 1955 ตามมาด้วยแชมป์รายการต่างๆ มากมายระหว่างช่วงปี 1965 – 1971 แต่ถ้าจะกล่าวถึงช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคงเป็นช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา พวกเขาสามารถคว้าถ้วยรางวัลได้ทั้งหมด 23 รายการ นับตั้งแต่ปี 1997 รวมทั้งหมดจนถึงปี 2018 สโมสรสามารถคว้าแชมป์ได้ 28 รายการ แบ่งเป็นแชมป์ลีก 6 สมัย, แชมป์เอฟเอ คัพ 8 สมัย, แชมป์ลีก คัพ 5 สมัย, แชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์ 4 สมัย, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, แชมป์ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ 2 สมัย, แชมป์ยูโรปา ลีก 1 สมัย และแชมป์ยูฟ่า ซุปเปอร์ คัพ 1 สมัย

สีชุดทีมเหย้าของพวกเขาคือสีน้ำเงินทั้งเสื้อ กางเกง ส่วนถุงเท้าสีขาว ส่วนตราสโมสรของพวกเขาได้รับการปรับเปลี่ยนอยู่หลายครั้งสืบเนื่องจากด้านธุรกิจที่พยายามต้องการสร้างแบรนด์ของพวกเขาให้โดนใจแฟนบอล การสร้างตราสินค้าใหม่ๆ ให้กับสโมสรรวมไปถึงการปรับเพื่อให้ภาพลักษณ์ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น พวกเขามีค่าเฉลี่ยในการติดท็อปสิบของลีกมาตลอดนับตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ในปี 2003 โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ได้เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร ล่าสุดในปี 2018 นี้พวกเขาได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอบส์ ให้เป็นทีมฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกเป็นอันดับ 7 ที่ 1.54 พันล้านปอนด์ ส่วนเมื่อปี 2016 – 2017 ได้รับการยกให้เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงสุดเป็นอันดับ 8 ของโลกด้วยมูลค่า 428 ล้านยูโร

สนามฟุตบอล Stamford Bridge

จุดเริ่มต้นมาจนถึงปัจจุบันของสโมสรเชลซี

ในปี 1904 กัส เมียร์ ได้รับสนามกรีฑาสแตมฟอร์ด บริดจ์ มาเพื่อต้องการเปลี่ยนให้เป็นสนามกีฬาฟุตบอล ข้อเสนอในการให้ไปเลือกเช่าสนามใกล้ๆ กันอย่างฟูแล่มถูกปฏิเสธลงทำให้ เมียร์ จึงเลือกที่จะหาทีมฟุตบอลของตนเองเพื่อให้สามารถใช้งานสนามแห่งนี้ได้ ในเวลานั้นมีทีมชื่อฟูแล่มอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสนามของเขาซึ่งเป็นเมืองติดๆ กันในกรุงลอนดอน อย่างไรก็ตามเชลซีได้ถูกรับเลือกให้เป็นสโมสรใหม่ของลีก แม้มีการนำเสนอชื่ออื่นๆ มาหลายครั้งไม่ว่าจะเป็น เคนซิงตัน เอฟซี, สแตมฟอร์ด บริดจ์ เอฟซี และลอนดอน เอฟซี ท้ายที่สุดพวกเขาได้จดทะเบียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 1905 ที่ ไรส์ซิ่ง ซัน ฝับ ปัจจุบันคือ บุชเชอร์ ฮุค ก่อนได้รับการเชิญเข้าร่วมลีกฟุตบอลในเวลาต่อมาไม่นาน

สโมสรได้รับการเลื่อนขึ้นสู่ลีกสูงสุดเพียงแค่ 2 ซีซั่นที่พวกเขาลงทำการแข่งขัน ในปี 1915 พวกเขาทะลุเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลเอฟเอ คัพ แต่ก็พ่ายให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พร้อมจบอันดับ 3 ในลีก ปี 1920 พวกเขาลงทุนในการเซ็นสัญญานักเตะดังเข้าสู่ทีมแต่ก็ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จดังที่คาดหวังเอาไว้สักเท่าใดนัก ประกอบกับเป็นช่วงระยะเวลาสงครามโลกพอดีด้วย ในปี 1952 อดีตดาวเตะของอาร์เซน่อลและทีมชาติอังกฤษ เท็ด แดร็ก ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม เขาได้เข้ามาปรับปรุงระบบต่างๆ ในทีมมากมายทั้งเรื่องของการฝึกซ้อม การดูแลนักเตะเยาวชน สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับสโมสรด้วยการเลือกเซ็นสัญญานักเตะในระดับดิวิชั่นต่ำกว่าเข้าสู่ทีม รวมไปถึงนักเตะจากลีกสมัครเล่น เขาสามารถพาเชลซีเป็นแชมป์ลีกสมัยแรกได้ในซีซั่น 1954 – 55 ในปีถัดมายูฟ่าได้ออกความเห็นให้มีการลงเตะในฟุตบอลยุโรปอย่างรายการยูโรเปี้ยน คัพ แต่หลังเกิดการคัดค้านจากฟุตบอลลีกและเอฟเอ เชลซีจึงถูกชักชวนให้ถอนตัวออกก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น เขาล้มเหลวกับการต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว หลังจากนั้นมาพวกเขาก็วนเวียนกลายเป็นทีมกลางตาราง ทำให้ แดร็ก ถูกปลดออกจากตำแหน่งในปี 1961 ก่อนถูกแทนที่โดยทอมมี่ ด็อกเคอร์ตี้

ด็อกเคอร์ตี้ได้สร้างทีมใหม่ขึ้นมาโดยเน้นนักเตะระดับเยาวชนที่มีพรสวรรค์ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่นั่นทำให้ทีมของพวกเขาได้รับการยกย่องอย่างมากในช่วงทศวรรษ 1960 ช่วงซีซั่น 1964 – 65 พวกเขาคว้าแชมป์ลีก คัพ ได้เป็นครั้งแรก แต่ก็พลาดไปถึง 2 ใน 3 ซีซั่นที่พวกเขาพ่ายในรอบรองชนะเลิศ 3 รายการ และเป็นรองแชมป์เอฟเอ คัพ อีกรายการ ภายใต้การคุมทีมของด็อกเคอร์ตี้ ที่ถือว่าประสบความสำเร็จพอตัว ยุคต่อมา เดฟ เซ็กส์ตัน พาเชลซีคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในปี 1970 ด้วยการเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในรอบชิงชนะเลิศนัดรีเพลย์ 2-1 ปีถัดมาพวกเขาได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่บนเวทียุโรปเป็นครั้งแรกกับการคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ มาครองได้สำเร็จด้วยชัยชนะเหนือ เรอัล มาดริด ในกรุงเอเธนส์ ช่วงปลายทศวรรษ 70 ถึง 80 ถือเป็นช่วงไม่ค่อยน่าจดจำเท่าไหร่นัก การพยายามพัฒนาสนามของพวกเขาส่งผลต่อสถานะทางการเงินอย่างมาก นักเตะระดับสตาร์หลายคนถูกขายออกจากทีมพร้อมกับปัญหาต่างๆ มากมายภายในทีม เล่นเอาช่วงเวลานั้นทีมแทบจะแพแตกไปตามๆ กัน กระทั่งปี 1982 พวกเขาได้รับการเทคโอเวอร์จาก เคน เบทส์ แม้ช่วงเวลานั้นสแตมฟอร์ด บริดจ์ จะถูกขายให้กับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แล้วก็ตามที ในสนามผลงานก็ยังไม่ค่อยสู้ดีนักพวกเขาหล่นไปอยู่ในดิวิชั่น 3 เป็นครั้งแรก แต่ในปี 1983 จอห์น นีล ได้สร้างความประทับใจกับการเข้ารับตำแหน่งโดยได้เงินน้อยที่สุด พวกเขาคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ในปี 1983 – 84 ก่อนกลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดอีกครั้งในซีซั่นถัดมา ก่อนจะหล่นลงไปในดิวิชั่น 2 อีกครั้งเมื่อปี 1988 ทว่าพวกเขาสามารถกลับมาสู่ลีกสูงสุดได้ทันทีในซีซั่น 1988 – 89

หลังการต่อสู้ด้านกฎหมายอย่างยาวนาน เบทส์ ได้กลับมาสู่ทีมอีกครั้งเมื่อปี 1992 โดยมีการทำข้อตกลงกับธนาคาร นั่นเป็นเรื่องนอกสนามแต่สำหรับในสนามแม้พวกเขาจะสามารถผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึกเอฟเอ คัพ เมื่อปี 1994 ที่นำโดยเกล็น ฮอดเดิล แต่ก็ยังคว้าแชมป์ไม่ได้ กระทั่งการเข้ามาถึง รุด กุลลิด ในปี 1996 รูปแบบของทีมเปลี่ยนแปลงไป มีการเสริมสตาร์นักเตะดังจากต่างประเทศเข้ามาสู่ทีม จนทำให้สามารถคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ในปี 1997 ก่อนถูกยกย่องให้เป็นอีกหนึ่งทีมที่ทำผลงานได้ดีสุดๆ ของอังกฤษเมื่อตำแหน่งของกุลลิดถูกแทนที่โดย จิอันลูกา วิอัลลี เขาพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศลีก คัพ, ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ และยูฟ่า ซุปเปอร์ คัพ ในปี 1998 ก่อนคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด ในปี 2000 ก็คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ อีก 1 สมัย รวมถึงเป็นปีที่พวกเขาได้มีโอกาสไปเล่นศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรก

โรมัน อับราโมวิช

มหาเศรษฐี โรมัน อับราโมวิช เข้าซื้อสโมสร

อย่างไรก็ตามเขาถูกแทนที่โดย เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือชาวอิตาลีสามารถพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรายการเอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มในปี 2002 – 03 เชลซีเข้าสู่ยุคเงินถังอย่างแท้จริงเมื่อเบทส์ ตัดสินใจขายสโมสรให้กับมหาเศรษฐีชาวรัสเซียอย่าง โรมัน อับราโมวิช ด้วยมูลค่า 140 ล้านปอนด์ เงินกว่า 100 ล้านปอนด์ถูกจ่ายให้กับบรรดานักเตะหน้าใหม่ให้ย้ายเข้ามาสู่ทีมแต่รานิเอรี่ไม่สามารถเสกแชมป์ให้กับทีมได้เขาจึงถูกปลดออกและเป็นโชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามารับตำแหน่งแทน ภายใต้การคุมทีมของยอดกุนซือชาวโปรตุเกส เชลซี กลายเป็นทีมที่ 5 ของอังกฤษนับตั้งแต่หมดยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สามารถป้องกันแชมป์ลีกสูงสุดได้สำเร็จ โดยพวกเขาทำได้ในปี 2004 – 05 และ 2005 – 06

เขายังพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้อีก ในปี 2007 แชมป์ลีก คัพ ในปี 2005 และ 2007 อย่างไรก็ตามจากการออกสตาร์ทซีซั่นได้อย่างย่ำแย่ในซีซั่น 2007 – 08 เขาถูกแทนที่โดย อัฟราม แกรนท์ พร้อมกับพาเชลซีทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นครั้งแรก แต่แพ้จุดโทษให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2008 หลุยส์ ฟิลิปเป้ สโคลารี่ ถูกดึงเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมแทนแต่อยู่แค่ 7 เดือน ก็โดนปลดออกจากผลงานอันย่ำแย่ กุส ฮิดดิงค์ เข้ามารับหน้าที่แทนแม้เจ้าตัวจะยังคุมทีมชาติรัสเซียอยู่ด้วย อย่างไรก็ตามในปี 2009 – 10 คาร์โล อันเชล็อตติ สามารถพาเชลซีคว้าดับเบิลแชมป์ทั้งพรีเมียร์ลีก และเอฟเอ คัพ อังกฤษ ได้เป็นครั้งแรก ทีมกลายเป็นสโมสรแรกในอังกฤษที่ทำประตูใน 1 ซีซั่นได้เกิน 100 ลูก นับตั้งแต่ปี 1963 ปี 2012 โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ กุนซือชั่วคราวสามารถพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้เป็นสมัยที่ 7 พร้อมทั้งคว้าแชมป์ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นสมัยแรกของสโมสรด้วยการเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค 4-3 ในการดวลจุดโทษ ถือเป็นทีมจากกรุงลอนดอนทีมแรกที่สามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้ ปีถัดมา ราฟาเอล เบนิเตซ พาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ด้วยการเอาชนะเบนฟิก้า กลายเป็นสโมสรแรกในอังกฤษที่คว้าถ้วยยุโรป 2 ใบได้ติดกัน และยังเป็นทีมที่ 5 ต่อจาก Manchester United ในการคว้าแชมป์ยุโรปได้ทุกรายการที่ลงแข่งขัน

ปี 2013 มูรินโญ่ กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง พาทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ ในปี 2015 พร้อมกับพรีเมียร์ลีก อีกสมัย อย่างไรก็ตามซีซั่นถัดมาเขาโดนปลดออกจากตำแหน่งหลังคุมทีมเพียง 4 เดือน จากผลงานอันย่ำแย่ ด้วยการแพ้ถึง 9 นัด จาก 16 เกมแรก และมีแต้มเหนือโซนท้ายตารางแค่ 1 แต้ม ในอีก 2 ปี ถัดมาภายใต้การคุมทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือคนใหม่ชาวอิตาลี พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ลีกได้เป็นสมัยที่ 6 ในซีซั่น 2017 – 18 ที่ผ่านมาก็ยังคงคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้อีก 1 สมัย ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสำเร็จที่แท้จริงของเชลซี นับตั้งแต่โรมัน อบราโมวิช เข้ามาเป็นเจ้าของสโมสร

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของเชลซีก็คือนับตั้งแต่พวกเขาลงเล่นในลีกของอังกฤษ พวกเขาไม่เคยเปลี่ยนสนามเหย้าของตนเองเลย โดยสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ คือสนามที่พวกเขาใช้มาตั้งแต่ปี 1905 กระทั่งปัจจุบัน แม้ก่อนหน้านี้สนามดังกล่าวจะเคยถูกใช้ให้เป็นการแข่งขันกีฬากรีฑามาก่อนก็ตาม ปัจจุบันสนามแห่งนี้กำลังพยายามหาวิธีในการปรับปรุงเพื่อให้รองรับแฟนบอลถึง 60,000 คน ในการเข้ามาชมการแข่งขันให้ได้ ถือเป็นอีกสโมสรที่ยิ่งใหญ่มากของประเทศอังกฤษ

ดรอกบา ยอดนักเตะแห่งเชลซี