เอฟเวอร์ตัน (Everton)

Everton FC Team

สโมสรเอฟเวอร์ตันคือสโมสรฟุตบอลทีมหนึ่งในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันอยู่ในลีกสูงสุดคือ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นซีซั่นที่ 114 ของสโมสร โดยพวกเขาเคยพลาดไม่ได้อยู่ในลีกสูงสุดของประเทศเพียงแค่ 4 ครั้งเท่านั้น คือในซีซั่น 1930/31 และอีก 3 ซีซั่นติดต่อกันตั้งแต่ 1951/52 นับตั้งแต่ฟุตบอลลีกของอังกฤษได้ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 1888 เอฟเวอร์ตันคว้าถ้วยรางวัลไปทั้งหมด 15 รายการ ประกอบไปด้วยแชมป์ลีก 9 สมัย, แชมป์เอฟเอ คัพ 5 สมัย และแชมป์ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ อีก 1 สมัย

สโมสรเอฟเวอร์ตันก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1878 พร้อมเข้าร่วมเป็นสมาชิกของทีมฟุตบอลในลีกตั้งแต่ครั้งแรกคือปี 1888 อีก 2 ซีซั่นถัดมาพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้เป็นครั้งแรก ก่อนจะคว้าแชมป์ลีกได้อีก 4 สมัย แชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัย เมื่อเข้าสู่ยุคสงครามโลกทำให้การแข่งขันฟุตบอลต้องหยุดลงชั่วคราวจนมาถึงช่วงยุคทศวรรษ 1960 ซึ่งเป็นยุคฟื้นฟูหลังสงครามโลก เอฟเวอร์ตันสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย และแชมป์เอฟเอ คัพ อีก 1 สมัย เรื่อยมาจนถึงช่วงกลางของยุคทศวรรษ 1980 ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสำเร็จของสโมสรที่ยังพอเชิดหน้าชูตาได้ด้วยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาอีก 2 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย และสามารถคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ มาครองได้สำเร็จเมื่อปี 1985 หลังจากนั้นถ้วยรางวัลที่ทรงเกียรติมากที่สุดของสโมสรคือแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อปี 1995

ความเป็นมาของท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน

สโมสรเอฟเวอร์ตันก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1878 ในชื่อของ เซนต์ โดมิงโก้ เอฟซี เพื่อต้องการให้เป็นที่พบปะกันของบรรดาผู้เลื่อมใสทางศาสนา พร้อมกันนี้ยังเป็นการเชื่อมต่อกับโบสถ์แห่งใหม่บนถนนเบรกฟิลด์ โร้ด เกมแรกของสโมสรอย่างเป็นทางการคือเอาชนะทีมเอฟเวอร์ตัน ครันช์ 1-0 ก่อนที่สโมสรจะมีการเปลี่ยนชื่อเป็น เอฟเวอร์ตัน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 1879 หลังเกิดการรวมตัวกันของคนในพื้นที่รวมถึงมีคนต้องการได้รับส่วนร่วมกับสโมสรฟุตบอลแห่งนี้จำนวนมาก สโมสรเริ่มเข้าสู่ระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกอย่างเป็นทางการเมื่อซีซั่น 1888 – 1889 ก่อนพวกเขาจะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกมาครองได้สำเร็จในซีซั่น 1890 – 1891 หรือในอีก 2 ซีซั่นถัดมา สโมสรเอฟเวอร์ตันคว้าแชมป์ฟุตบอลเอฟเอ คัพ ได้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1906 ก่อนคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งในซีซั่น 1914 – 1915 การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ในช่วงตั้งแต่ปี 1914 ทำให้ขัดจังหวะการแข่งขันฟุตบอลอยู่พอสมควร ก่อนจะมีสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นอีกเมื่อปี 1939

กระนั้นช่วงปี 1927 ถือเป็นช่วงเวลาที่เอฟเวอร์ตันเริ่มประสบความสำเร็จในระยะยาวช่วงแรกเมื่อปี 1925 สโมสรไปคว้าตัว ดิกซีย์ ดีน จาก ทรานเมียร์ โรเวอร์ส ในซีซั่น 1927 – 28 ดิกซีย์ ดีน ได้สร้างสถิติในการเป็นดาวซัลโวประจำซีซั่นโดยเขายิงได้ถึง 60 ประตู จากการลงเล่นในลีก 39 เกม เพียงซีซั่นเดียวเท่านั้น โดยสถิติดังกล่าวยังคงยืนหยัดมาจนกระทั่งทุกวันนี้ เขาช่วยให้เอฟเวอร์ตันคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นสมัยที่ 3 ในซีซั่นดังกล่าว อย่างไรก็ตามในอีก 2 ปีถัดมาพวกเขาต้องตกลงไปสู่ดิวิชั่น 2 จากปัญหาความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทีม อย่างไรก็ตามพวกเขาพยายามอย่างมากในการพาทีมกลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดได้ทันทีในซีซั่น 1931 – 32 เท่ากับว่าพวกเขาตกชั้นไปแค่ปีเดียว พวกเขาไม่ยอมเสียเวลาพร้อมคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 4 ได้สำเร็จในปีดังกล่าว อีกปีต่อมาก็คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้เป็นสมัยที่ 2 ด้วยการเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 รอบชิงชนะเลิศ ก่อนพวกเขาคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 5 ในซีซั่น 1938 – 39

ปัญหาของสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้การแข่งขันฟุตบอลลีกต้องหยุดลงชั่วคราวก่อนกลับมาลงเตะกันได้อีกครั้งเมื่อปี 1946 แต่ด้วยปัญหาต่างๆ พวกเขาต้องตกชั้นลงไปเล่นในดิวิชั่น 2 เมื่อซีซั่น 1950 – 51 กระทั่งถึงซีซั่น 1953 – 54 พวกเขาก็สามารถกลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดได้อีกครั้งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ไม่เคยตกลงไปอยู่ในดิวิชั่น 2 อีกเลย

Harry Catterick with Everton FC Board

แฮร์รี่ แคทเทอริค ผู้นำความสำเร็จสู่เอฟเวอร์ตัน

ช่วงเวลาแห่งความสำเร็จของสโมสรเอฟเวอร์ตันในยุคที่ 2 เริ่มต้นขึ้นเมื่อ แฮร์รี่ แคทเทอริค เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมในปี 1961 ซีซั่นต่อมาซึ่งเป็นปีที่ 2 ของเจ้าตัว พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้อีกสมัย ปี 1966 คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จด้วยการเอาชนะ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ 3-2 นัดชิงชนะเลิศ พวกเขาฟันฝ่ามาถึงรอบชิงชนะเลิศอีกครั้งในปี 1968 แต่พ่ายให้กับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่สนามเวมบลีย์ 2 ซีซั่นต่อมาในปี 1969 – 70 พวกเขากลับมาคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งโดยทิ้งห่างทีมอันดับ 2 อย่างลีดส์ ยูไนเต็ด ถึง 9 คะแนน พวกเขายังคงเป็นทีมแรกในอังกฤษที่ประสบความสำเร็จได้เข้าไปเล่นในฟุตบอลยุโรปติดต่อกัน 5 สมัย นับตั้งแต่ซีซั่น 1961- 62 ไปจนถึงซีซั่น 1966 – 67

อย่างไรก็ตามความสำเร็จยังไม่ได้มาพร้อมกันทีเดียวเมื่อพวกเขาจบในอันดับ 14, 15, 17 และอันดับ 7 ในอีก 4 ซีซั่นถัดมา แฮร์รี่ แคทเทอริค ตัดสินใจลาออก ในช่วงเวลานั้นถือเป็นช่วงย่ำแย่เพราะหลังจากากรลาออกของแฮร์รี่ ก็ไม่สามารถคว้าถ้วยรางวัลใดๆ มาครองได้เลยแม้ในซีซ่น 1974 – 74 จะคว้าอันดับ 4 มาได้ก็ตาม ภายใต้การคุมทีมของ บิลลี่ บิงแฮม ซีซั่น 1977 – 78 พวกเขาคว้าอันดับ 3 และในซีซั่นต่อมาคว้าอันดับ 4 ภายใต้การคุมทีมของกอร์ดอน ลี ก่อนที่ลีจะโดนปลดจากตำแหน่งเมื่อปี 1981

Howard Kendall

โฮเวิร์ด เคนดอลล์ ชายผู้งัดสโมสรกลับมาผงาดอีกครั้ง

โฮเวิร์ด เคนดอลล์ เข้ามารับหน้าที่กุมบังเหียนให้กับทีมพร้อมนำเอฟเวอร์ตันก้าวไปสู่ยุคแห่งการประสบความสำเร็จอีกครั้ง พวกเขาคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในปี 1984 พร้อมกับคว้าแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย ในซีซ่น 1984 – 85 และ 1986 – 87 ส่วนบนเวทียุโรปสโมสรประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกและยังคงเป็นครั้งเดียวของทีมในการคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ มาครองได้สำเร็จเมื่อปี 1985 ด้วยการเอาชนะมหาวิทยาลัย ดับลิน, อินเตอร์ บราติสลาว่า และฟอร์ทูน่า ซิตตาร์ด ก่อนพวกเขาคว่ำเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิก ได้ 3-1 เข้าสู่นัดชิงชนะเลิศเอาชนะ ราปิด เวียนนา คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ แถมยังเป็นปีที่คว้าแชมป์ลีกและแชมป์บอลในยุโรปได้อีกด้วย จริงๆ แล้วปีนั้นพวกเขามีลุ้นแชมป์เอฟเอ คัพ ด้วยแต่ดันแพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบชิงชนะเลิศ ซีซั่นถัดมาปี 1985 – 86 พวกเขาคว้ารองแชมป์โดยแพ้ให้กับทีมอริร่วมเมืองอย่างลิเวอร์พูลทั้งแชมป์ลีกและเอฟเอคัพ ทว่าในปีต่อมาซีซั่น 1986 – 87 ก็เอาคืนได้สำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองอีกสมัย

หลังเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในสนามเฮย์เซล ทำให้ทีมฟุตบอลจากอังกฤษโดนลงโทษไม่ให้ลงเล่นในเกมยุโรปนั่นเหมือนกับเป็นการตัดสิทธิ์โอกาสได้ไปเล่นเวทียุโรปของเอฟเวอร์ตันไปโดยปริยาย ในปี 1987 เคนดอลล์ ตัดสินใจย้ายไปคุมทีมแอธเลติก บิลเบา ทำให้ผู้ช่วยของเขา คอลิน ฮาร์วีย์ ขึ้นมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแทน ฮาร์วีย์ สามารถพาเอฟเวอร์ตัน ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ได้ในปี 1989 แต่ก็ต้องพ่ายให้กับลิเวอร์พูล 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

เอฟเวอร์ตันถือเป็น 1 ในสมาชิกที่ก่อตั้งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในปี 1992 พร้อมทั้งพยายามควานหาผู้จัดการทีมฝีมือดีมาคุมทีม เคนดอลล์ กลับมากุมบังเหียนเป็นครั้งที่ 2 ในปี 1990 แต่ก็ไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้เหมือนในอดีต ไมค์ วอล์กเกอร์ เข้ามารับตำแหน่งต่อแต่กลับได้ชื่อว่าเป็นผู้จัดการทีมที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร กระทั่งอดีตดาวเตะเอฟเวอร์ตันอย่าง โจ รอยล์ เข้ามาคุมทีมในปี 1994 ทีมเริ่มค่อยๆ ทำผลงานได้ดีขึ้น เกมแรกของเขาสามารถเอาชนะอริร่วมเมืองอย่างลิเวอร์พูลไปได้ 2-0 เขาสามารถพาเอฟเวอร์ตันคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยที่ 5 ในประวัติศาสตร์สโสรได้สำเร็จด้วยการเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบชิงชนะเลิศ 1-0 จากชัยชนะครั้งนี้ทำให้ทีมของพวกเขาได้มีโอกาสเล่นในเวทียุโรปกับศึกยูโรเปี้ยนคัพ วินเนอร์ส คัพ อีกครั้ง นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่เฮย์เซล ปีถัดมา รอยล์ พาทีมคว้าอันดับ 6 ก่อนจะคว้าอันดับ 15 ทำให้เขาตัดสินใจลาออก ตำแหน่งของเขาแทนที่โดย เดฟ วัตสัน กัปตันทีมเวลานั้น อย่างไรก็ตาม เคนดอลล์ กลับมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมเป็นครั้งที่ 3 เมื่อปี 1997 แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จด้วยการพาทีมจบอันดับ 17 รอดตกชั้นด้วยผลต่างประดูได้เสียดีกว่า โบลตัน วันเดอเรอร์ส อดีตกุนซือเรนเจอร์ส อย่าง วอลเตอร์ สมิธ ถูกดึงตัวมาคุมทัพในปี 1998 ก่อนโดนปลดเมื่อปี 2002

David William Moyes in Everton

เดวิด มอยส์ เข้ามารับตำแหน่งพาเอฟเวอร์ตันจบอันดับ 15 ในปี 2002 – 03 พวกเขารั้งอันดับ 7 ถือว่าจบอันดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1996 ปี 2004 – 05 เขาสามารถพาทีมจบอันดับ 4 ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ แต่ก็พ่ายกลับมาไม่เป็นท่าแต่ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาดีๆ เพราะสโมสรมักติดอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรปโดยตลอด กระทั่งจบซีซั่น 2012 – 13 มอยส์ ตัดสินใจย้ายไปคุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมจึงแต่งตั้งโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ มาคุมทีมแทน ปี 2016 โรนัลด์ คูมันน์ เข้ามารับตำแหน่งแทนที่ แต่ในปีถัดมาเขาก็โดนปลดกลางคันพร้อมแต่งตั้งแซม อัลลาร์ไดซ์ เข้ามาคุมทัพต่อ ทว่าด้วยผลงานไม่น่าพอใจเมื่อจบซีซั่น 2017 – 18 อัลลาร์ไดซ์ โดนปลดจากตำแหน่งและเป็นมาร์โก ซิลวา เข้ามารับหน้าที่แทนเพื่อสู้ศึกในซีซ่น 2018 – 19

บรรดาแฟนบอลของเอฟเวอร์ตันถูกเรียกในชื่อ เอฟเวอร์โตเนี่ยน ซึ่งแฟนบอลทั่วไปต่างรู้จักกันดี ทีมอริร่วมเมืองของพวกเขาคือ ลิเวอร์พูล โดยมักมีการเรียกการแข่งขันเวลา 2 ทีมนี้เจอกันว่า เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ พวกเขามีฉายาว่า ท็อฟฟี่เมน แต่เดิมพวกเขาลงเล่นกันบริเวณทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนสาธารณะสแตนลีย์ พาร์ค จนปี 1882 เขาได้รับบริจาคที่ดินบริเวณไพรโอรี่ โร้ด กระนั้นพวกเขาเคยเช่าสนามแอนฟิลด์ของลิเวอร์พูลเพื่อใช้เป็นรังเหย้าแต่ในเวลาต่อมาปรากฏว่ารับไม่ได้กับการขึ้นค่าเช่าแพงเกินจริง ทำให้พวกเขาตัดสินใจย้ายสนามไปไปยังกูดิสัน พาร์ค และนับแต่นั้นเป็นต้นมาสนามแห่งนี้จึงกลายเป็นสนามเหย้าของทีมมาโดยตลอด นั่นจึงบอกได้ว่าเอฟเวอร์ตันเป็นอีกสโมสรเก่าแก่อีกทีมของอังกฤษตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม

เวย์น รูนีย์ ฐานะนักเตะท๊อฟฟี่