แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City)

Manchester City

เมื่อมี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย่อมขาดคู่อริร่วมเมืองไม่ได้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของฉายา “เรือใบสีฟ้า” ก่อตั้งครั้งแรกโดยใช้ชื่อว่า St. Mark’s (West Gorton) ใน ค.ศ.1880 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น Manchester City ในปี 1894 ใช้สนาม “ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม” ตั้งแต่ปี 2003 โดยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองแมนเชสเตอร์ สโมสรแห่งนี้ ได้เล่นบนลีกสูงสุดครั้งแรกเมื่อปี 1899 และได้รับถ้วย FA CUP ครั้งแรกช่วงปี 1904 ช่วงแห่งความสำเร็จของสโมสรอยู่ในระหว่าง 1968-70 ได้แชมป์ลีกสูงสุด เอฟเอคัพ ลีกคัพ และยูโรเปี้ยนคัพวินเนอร์คัพ ภายใต้การบริหารของ โจ เมอร์เซอร์ และ มัลค่อม แอลลิสัน หลังจากนัดชิงศึก FA CUP ปี 1981 ก็ถึงช่วงแห่งความตกต่ำของสโมสร กระเด็นตกไปเล่นถึงลีกระดับ 3 ของฟุตบอลอังกฤษ ทางสโมสรถูกกลุ่ม อาบูดาบี ยูไนเต็ด กรู๊ป เหมาซื้อสโมสรไปที่ 210 ล้านปอนด์ ในช่วงปี 2008 หลังจากนั้น มีได้รับรางวัลแชมป์พรีเมียร์ลีกอีก 3 สมัยนั่นคือ 2012, 2014 และ 2018 Man City มีรายได้ติดอันดับ 5 ของโลกในบรรดาสโมสรช่วงปี 2016-17 จากจำนวนรายได้ทั้งหมด 527.7 ล้านยูโร นอกจากนี้ “Forbes” นิตยสารชื่อดังของต่างประเทศ ยังจัดให้แมนซิตี้เป็นสโมสรที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 5 ของโลก ด้วยมูลค่ารวม 2.08 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ซิตี้ ชนะเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มดิวิชั่นสองจนได้เลื่อนชั้นขึ้นมาในปี 1899 และคว้าชัยชนะเอฟเอคัพครั้งแรกในปี 1904 จากการเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ในฤดูกาลต่อมา ทางสโมสรได้รับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเงินที่ผิดปกติ จนทำให้ นักเตะรวมถึงผู้จัดการทีม บิลลี่ เมเรดิท ต้องถูกลงโทษในปี 1906 ภายหลังได้ย้ายเข้ามาเล่นในถิ่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นในปี 1920 ไฟได้ทำลายที่ตั้งหลักของสโมสร นั่นคือ Hyde Road ทำให้สโมสรต้องย้ายไปตั้งหลักก่อสร้างสนามใหม่ชื่อ Maine Road ในปี 1923 และใช้สนามแห่งนั้นจนถึงปี 2003 ก่อนจะย้ายมาที่ ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม จนถึงปัจจุบัน สถิติการเข้าชมสูงสุดของทีม อยู่ในปี 1934 ที่พบกับ สโต๊ก ซิตี้่ ในศึกเอฟเอคัพ ด้วยจำนวนผู้เข้าชมถึง 84,569 คน และเป็นสถิติการเข้าชมสูงสุดมาจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงปี 1963 ทางสโมสรถูกเล่นอยู่ในดิวิชั่น 2 สถิติการเข้าชมต่ำสุดเกิดขึ้นตามมาคือมีผู้ชมเพียง 8,015 คน

Joe Mercer

Joe & Malcolm ผู้พาความสำเร็จมาสู่แมนซิตี้

ช่วงฤดูร้อนปี 1965 Joe Mercer และ Malcolm Allison ได้เข้ามาร่วมจัดการทัพ เพียงฤดูกาลแรกที่เข้าคุม สามารถพาแมนซิตี้คว้าแชมป์รองลีกรองได้สำเร็จ พร้อมมีการเซ็นต์สัญญากับนักเตะรายสำคัญได้แก่ ไมค์ ซัมเมอร์บี และ โคลิน เบล และข้ามมาเพียงฤดูกาลเดียว ปี 1967-68 สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดไปครองได้สำเร็จ และถ้วยเอฟเอคัพ กับ ยูโรเปี้ยนส์คัพ ก็ตามมาติดๆ แต่หลังจากนั้น ปี 1972 มัลคอมจากผู้ช่วยได้กลายเป็นคนคุมบังเหียนหลักเพราะ โจ เมอร์เซอร์ ออกจากตำแหน่ง มัลคอมมีการใช้เงินมหาศาลในการเสริมทัพ แต่ผลลัพธ์กลับไม่โดนใจนัก จากนั้นก็มีการเปลี่ยนกุนซืออยู่เรื่อยมา ในยุคของ จอห์น บอร์น ในปี 1981 เขาพาสโมสรเขาถึงรอบชิงเอฟเอคัพแต่สุดท้ายก็พ่ายแก่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ช่วงนี้สโมสรถูกเตะลงไปอยู่ในลีกรองพักใหญ่ ก่อนจะกลับขึ้นมาได้อีกครั้งช่วงปี 1989 ผ่านมาเพียง 2 ฤดูกาล ปีเตอร์ รีด กุนซือทีมในเวลานั้น สามารถพาทีมจบที่ท็อป 5 ของกลุ่มได้

มีอยู่ช่วงหนึ่ง อดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร ได้เคยเข้าควบคุมของสโมสรแมนซิตี้ แต่ด้วยปัญหาทางการเมือง สุดท้าย กลุ่ม อาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป ได้เหมาซื้อกิจการไป แม้สถานการณ์เงินจะกลับมาไม่แข็งแกร่งมากนัก แต่ทีมยังคงโชว์ฟอร์มจบที่ 10 ของตารางลีกได้ และปี 2009 สโมสรมีการทุ่มเงินมหาศาลกว่า 100 ล้านปอนด์ เพื่อกว้านซื้อนักเตะเทพๆมาเข้าร่วมทัพ อาทิ แกเร็ท แบร์รี, โคโล ตูเร, เอ็มมานูเอล อาเดบายอร์, คาลอส เตเวซ พร้อมเปลี่ยนผู้คุมบังเหียนคนใหม่คือ โรแบร์โต้ มันชินี่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จบที่อันดับ 5 ของลีกในเวลานั้น พลาดตั๋วยูฟ่าไปแบบหวุดหวิด กลายเป็นต้องลงเล่นยูโรปาฤดูกาล 2010-2011 แทน หลังจากเริ่มฉายแววความคุ้มค่าจากการกว้านซื้อนักเตะ ทางสโมสรจึงมีลงทุนในตลาดซื้อขายต่อเนื่อง และสามารถคว้าถ้วย FA CUP อีกครั้งในปี 2011 แถมยังได้แชมป์พรีเมียร์ลีกไปด้วยในฤดูกาล 2011-12 หลังห่างเหินถ้วยนี้มายาวนานกว่า 44 ปีนับแต่ปี 1967-68 โดยเอาชนะแมนยูไปได้จากผลต่างของประตูรวมได้เสีย และได้ถ้วยรายการนี้อีกครั้งในฤดูกาล 2013-14 ตามด้วย 2017-18

อาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป ซื้อ แมนฯ ซิตี้

ตราสโมสรและสีเสื้อทีม

ชุดในฐานะทีมเหย้า แมนฯ ซิตี้ ใช้ สีฟ้า-ขาว สำหรับต้นฉบับสมัยแรกๆของสโมสร ไม่ฟันธงแน่ชัดเรื่องสีชุด แต่มีหลักฐานว่าทีมเรือใบสีฟ้าได้ใช้ชุดสีน้ำเงินมาตั้งแต่ยุค 1892 แต่มีบันทึกของสโมสรระบุว่า St. Marks ชุดหลักของทีมคือสีเลือดหมูและดำในยุคเก่าๆ แมนฯ ซิตี้ เคยใช้ตราสโมสรหลายแบบปักบนเสื้อพวกเขา ส่วนตราของปี 2018 ถูกเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2016 สัญลักษ์เป็นวงกลม มีระบุปีก่อตั้งสโมสรไว้ด้านซ้ายและขวา พร้อมชื่อสโมสรอยู่บนและล่าง ตรงกลางคือเรือสำเภา ซึ่งมาจากการที่แมนเชสเตอร์เป็นเมืองอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ไปทั่วโลก รูปเรือขนส่งจึงถูกนำมาใช้ ก่อนหน้านี้มีการใช้รูปอินทรีย์อยู่บ้าง โดยสัญลักษณ์อินทรีถือเป็นสัญลักษณ์ตั้งแต่ยุคแรกๆของเมืองแมนเชสเตอร์ อินทรีย์มีความหมายถึงอุตสากรรมการบินที่เพิ่มเข้ามาในเมือง แต่ปัจจุบัน (ปี 2018) ถูกถอดออกไปแล้ว ใช้เพียงรูปเรือสำเภาเพียงอย่างเดียว สุดท้ายด้วยความเป็นสีฟ้าของโลโก้ พร้อมมีเรืออยู่ตรงกลาง ทำให้คนไทยนิยมเรียกทีมนี้ว่าเรือใบสีฟ้า

Old Man City Logo